Posted in

ปัญหาสายไฮดรอลิครั่ว ซึม แตก เกิดจากอะไร และแก้ยังไง

ปัญหาสายไฮดรอลิครั่ว ซึม แตก เกิดจากอะไร และแก้ยังไง

รู้ทันสาเหตุ แก้ตรงจุด ลดการหยุดงานและความเสี่ยงอุบัติเหตุปัญหา “สายไฮดรอลิครั่ว ซึม หรือแตก” เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในระบบไฮดรอลิค ไม่ว่าจะเป็นในโรงงานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง รถขุด รถโฟล์คลิฟท์ หรือเครื่องจักรกลการเกษตร หลายครั้งปัญหาเริ่มจากการซึมเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไม่รุนแรง แต่หากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข อาจลุกลามจนสายแตกกลางงาน ทำให้เครื่องจักรหยุดกะทันหัน เกิดความเสียหายสูง และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุร้ายแรง

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจอย่างละเอียดว่า สายไฮดรอลิครั่ว ซึมหรือแตก เกิดจากสาเหตุใดบ้าง วิธีตรวจสอบอย่างถูกต้อง และแนวทางแก้ไขที่ปลอดภัยและได้ผลจริง เพื่อช่วยลดต้นทุนการซ่อมบำรุงและเพิ่มความปลอดภัยในระยะยาว

Table of Contents

รูปแบบของปัญหาที่พบบ่อยในสายไฮดรอลิค

ก่อนแก้ปัญหา ต้องแยกให้ออกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นแบบใด เพราะแต่ละแบบมีสาเหตุและวิธีแก้ต่างกัน

1. สายไฮดรอลิค “ซึม”

เป็นการรั่วเล็กน้อย มักเห็นเป็นคราบน้ำมันบาง ๆ ตามผิวสายหรือบริเวณข้อต่อ ยังไม่ถึงขั้นหยด แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

2. สายไฮดรอลิค “รั่ว”

มีน้ำมันหยดออกมาอย่างชัดเจน อาจเกิดจากตัวสายหรือข้อต่อ หากยังฝืนใช้งานต่อ แรงดันอาจทำให้รอยรั่วขยายตัวเร็วมาก

3. สายไฮดรอลิค “แตก”

เป็นกรณีรุนแรงที่สุด สายฉีกขาดหรือระเบิด ทำให้น้ำมันแรงดันสูงพุ่งออกมา มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและความเสียหายสูงมาก

สาเหตุหลักของปัญหาสายไฮดรอลิครั่วและแตก

1. แรงดันสูงเกินกว่าที่สายรองรับ

การใช้สายที่แรงดันไม่เหมาะกับระบบ เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของสายแตก เมื่อแรงดันใช้งานจริงหรือแรงดันกระชากสูงกว่าสเปก ลวดเสริมแรงภายในจะล้าและฉีกขาดในที่สุด

2. แรงดันกระชาก (Impulse Pressure)

เครื่องจักรหลายประเภท เช่น รถขุดหรือเครื่องปั๊มโลหะ จะเกิดแรงดันขึ้นลงอย่างรวดเร็ว หากสายไม่ถูกออกแบบมารองรับแรงกระชาก จะเกิดรอยร้าวภายในโดยไม่แสดงอาการภายนอก จนกระทั่งแตกทันที

3. การโค้งงอหรือบิดสายผิดวิธี

สายที่ถูกโค้งงอเกินรัศมีที่กำหนด หรือบิดตัวตั้งแต่ตอนติดตั้ง จะทำให้โครงสร้างภายในเสียหายเร็วกว่าปกติ แม้แรงดันจะไม่สูงมากก็ตาม

4. การเสียดสีกับขอบแข็ง

การที่สายเสียดสีกับโครงเหล็ก หิน หรือขอบเครื่องจักร จะทำให้ชั้นยางนอกสึก เมื่อถึงชั้นลวดเสริมแรง สายจะเสื่อมและแตกได้ง่ายมาก

5. อุณหภูมิสูงเกินมาตรฐาน

ในงานอย่างเครื่องฉีดพลาสติกหรือเครื่องปั๊มโลหะ อุณหภูมิของน้ำมันสูงต่อเนื่อง ทำให้ยางชั้นในแข็ง เปราะ และแตกง่าย

6. น้ำมันหรือสารเคมีไม่เข้ากับวัสดุสาย

การใช้น้ำมันไฮดรอลิคที่ไม่เหมาะกับยางชั้นใน เช่น น้ำมันทนไฟบางชนิด อาจทำให้สายบวม ยุ่ย หรือแตกเร็วโดยไม่จำเป็น

7. ข้อต่อและหัวสายมีปัญหา

หลายครั้งสายไม่ได้เสีย แต่ข้อต่อหลวม เกลียวสึก หรือโอริงเสื่อม ทำให้น้ำมันรั่วออกมา หากไม่ตรวจสอบให้ดี อาจเข้าใจผิดว่าเป็นปัญหาจากตัวสาย

8. อายุการใช้งานหมด

แม้สายจะดูปกติจากภายนอก แต่เมื่อใช้งานครบอายุ โครงสร้างภายในอาจเสื่อมแล้ว การฝืนใช้งานต่อมีความเสี่ยงสูงมาก

ปัญหาสายไฮดรอลิครั่ว ซึม แตก เกิดจากอะไร และแก้ยังไง

วิธีตรวจสอบหาสาเหตุอย่างปลอดภัย

การตรวจสอบสายไฮดรอลิคต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะน้ำมันแรงดันสูงสามารถเจาะผิวหนังได้

ขั้นตอนการตรวจสอบที่ถูกต้อง

  1. ปิดระบบและลดแรงดันก่อนตรวจสอบทุกครั้ง

  2. ตรวจดูด้วยสายตา หารอยบวม รอยแตก หรือคราบน้ำมัน

  3. ตรวจบริเวณข้อต่อ เกลียว และโอริง

  4. ใช้กระดาษหรือแผ่นไม้ตรวจหาจุดรั่ว ห้ามใช้มือเปล่า

  5. ตรวจตำแหน่งที่สายโค้งงอหรือเสียดสีเป็นพิเศษ

แนวทางแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง

กรณีสายซึมเล็กน้อย

  • ตรวจสอบข้อต่อว่าแน่นหรือไม่

  • เปลี่ยนโอริงหรือซีลใหม่

  • หากซึมจากตัวสาย ควรเปลี่ยนสายทันที ไม่ควรซ่อม

กรณีสายรั่วชัดเจน

  • หยุดใช้งานทันที

  • เปลี่ยนสายหรือข้อต่อที่เสีย

  • ตรวจสอบแรงดันระบบว่าตรงตามสเปกหรือไม่

กรณีสายแตก

  • ห้ามใช้งานต่อเด็ดขาด

  • เปลี่ยนสายใหม่ทั้งเส้น

  • ตรวจสอบสาเหตุ เช่น แรงดันเกินหรือการติดตั้งผิด

  • พิจารณาอัปเกรดสายให้เหมาะกับงานมากขึ้น

ข้อสำคัญ: สายไฮดรอลิคไม่ควรซ่อมด้วยการพันเทปหรืออุดรอยรั่ว เพราะอันตรายอย่างยิ่ง

วิธีป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดซ้ำ

  1. เลือกสายให้เหมาะกับแรงดันและลักษณะงาน

  2. ใช้สายที่ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม

  3. ติดตั้งสายอย่างถูกวิธี ไม่โค้งงอหรือบิด

  4. ใช้ปลอกกันเสียดสีในจุดเสี่ยง

  5. ตรวจสอบสายเป็นประจำตามรอบ

  6. เปลี่ยนสายตามอายุการใช้งาน ไม่รอให้เสีย

ผลกระทบหากละเลยปัญหาสายไฮดรอลิค

  • เครื่องจักรหยุดงานกะทันหัน

  • ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงสูง

  • ความเสียหายต่ออุปกรณ์อื่น

  • เสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากน้ำมันแรงดันสูง

  • ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความปลอดภัยในองค์กร

สรุป

ปัญหาสายไฮดรอลิครั่ว ซึม หรือแตก ไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรรอให้เกิดความเสียหายก่อนค่อยแก้ไข การเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง การตรวจสอบอย่างถูกวิธี และการแก้ไขที่ตรงจุด จะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัย และประหยัดต้นทุนในระยะยาวได้อย่างมาก

การดูแลสายไฮดรอลิคอย่างสม่ำเสมอ และการเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ระบบไฮดรอลิคทำงานได้อย่างเสถียรและปลอดภัยที่สุด